
บ้านที่ผมเช่าอยู่เป็นบ้านไม้เก่าๆ มีหน้าต่างบานใหญ่ที่หันออกไปทางสวนหลังบ้านที่รกครึ้ม ช่วงหน้าฝนแบบนี้บรรยากาศจะยิ่งดูวังเวงเป็นพิเศษ
ปกติผมไม่ค่อยเปิดไฟดวงใหญ่ในห้อง ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในความมืดที่อาศัยแค่แสงจากหน้าจอ พอถึงช่วงกลางคืนที่ฝนตกหนักๆ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง มันจะเห็นแค่เงาสะท้อนของตัวเองลางๆ แต่คืนนั้นไม่เหมือนทุกครั้ง
ผมกำลังพิมพ์งานอยู่แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติ ในเงาสะท้อนของผมที่อยู่ในกระจก ผมเห็นเงาของใครอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง กำลังจ้องมองผมอยู่ ผมไม่ได้หันกลับไปดู แต่หัวใจของผมเต้นรัวเหมือนกลอง
ผมพยายามปลอบตัวเองว่ามันคงเป็นแค่เงาสะท้อนจากต้นไม้ที่ไหวไปตามลม แต่แล้วเงาข้างหลังผมก็เริ่มขยับ มันยกมือขึ้นช้าๆ แล้วแตะลงบนบานกระจกจากด้านนอก ผมรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่แค่เงา มันคือเงาของสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างจริงๆ
ผมแข็งทื่ออยู่กับที่ สิ้นสุดคำปฏิเสธในใจทั้งหมด ความจริงที่ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังยืนจ้องมองผมอยู่จากข้างนอก ทำให้ผมแทบจะล้มทั้งยืน ผมก้มหน้าลงมองคีย์บอร์ดที่มือยังคงวางอยู่ แต่นิ้วมือของผมไม่สามารถพิมพ์ต่อได้อีกแล้ว
ตอนนี้ความมืดในห้องดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ผมไม่ได้ยินเสียงฝนตกอีกแล้ว สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงหายใจของตัวเองที่หนักหน่วง และเสียงของหัวใจที่เต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากหน้าอก เงาบนกระจกนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ และผมก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองมันอีกเลย…
ผมยังคงก้มหน้ามองคีย์บอร์ดที่มือยังคงวางอยู่ ความกลัวเกาะกินใจจนแทบหยุดหายใจ ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างคืออะไร และไม่กล้าพอที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองมันอีกครั้ง
เวลาผ่านไปช้าเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เสียงหัวใจที่เต้นรัวของผมเป็นสิ่งเดียวที่ผมได้ยินในความเงียบงันของห้อง ผมพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่มี แต่ร่างกายกลับชาหนึบจนขยับไม่ได้
จู่ๆ ไฟในห้องก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลง เหลือเพียงแสงสลัวๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ห้องดูมืดมิดและน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
ในความมืดสลัวนั้น ผมรู้สึกเหมือนมีลมเย็นๆ พัดผ่านต้นคอ ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว และได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู… มันเป็นเสียงที่แหบพร่า ฟังไม่เป็นภาษา แต่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเลือดในกายหยุดไหล
ผมหลับตาปี๋ พยายามไม่ให้แม้แต่แสงเดียวเล็ดลอดเข้ามาในสายตา ผมภาวนาให้ทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน เป็นแค่ภาพหลอนที่เกิดจากความเหนื่อยล้า แต่สัมผัสเย็นเฉียบที่ข้างแก้มบอกผมว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
มือที่เคยแตะกระจกนั้น ตอนนี้สัมผัสอยู่บนใบหน้าของผมแล้ว ผมกรีดร้องออกมาสุดเสียง แต่ดูเหมือนจะไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ผมดิ้นรนสุดแรง แต่มือปริศนานั้นกลับจับใบหน้าของผมไว้แน่น
ในที่สุด ผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป ความมืดมิดเข้าครอบงำทุกสิ่งทุกอย่าง ความกลัว ความหนาวเย็น ทุกความรู้สึกถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่า… และนั่นคือทั้งหมดที่ผมจำได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป


