Top 5 This Week

Related Posts

ฆาตกรมือตะขอแห่งลานรัก

เรื่องนี้ผมได้ยินมาจากรุ่นน้องที่คณะอีกทีนะ มันเล่าว่าลูกพี่ลูกน้องของมันเพิ่งเจอเรื่องนี้มากับตัวสดๆ ร้อนๆ…

เรื่องมันเริ่มจากคู่รักมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ คู่หนึ่งชื่อ “นนท์” กับ “เอม” คืนนั้นเป็นคืนวันศุกร์ หลังจากดูหนังเสร็จ นนท์ก็ขับรถพาเอมไปส่งบ้าน แต่แทนที่จะกลับทางตรง เขากลับขับรถเลยไปทางชานเมือง ที่ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ถนนที่ตัดเข้าไปยังเป็นแค่ถนนดินลูกรังเปลี่ยวๆ มีแสงไฟจากเสาไฟส่องทางห่างๆ กันเป็นระยะ ที่นี่แหละที่พวกวัยรุ่นชอบเรียกกันติดปากว่า “ลานรัก” เพราะมันทั้งเงียบและลับตาคน

นนท์จอดรถดับเครื่องตรงริมอ่างเก็บน้ำ เปิดเพลงคลอเบาๆ จากเครื่องเสียงในรถ บรรยากาศตอนแรกก็ดูโรแมนติกดีอยู่หรอก มีแค่แสงจันทร์สลัวๆ กับเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องระงมอยู่รอบตัว

“นนท์…ที่นี่มันมืดไปหน่อยนะ เอมว่าเรากลับกันดีกว่า” เอมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับความเงียบและวังเวงรอบตัว

“โธ่เอม กลัวอะไรนักหนา อยู่กับนนท์ทั้งคนน่า” นนท์พูดติดตลกพลางโอบไหล่แฟนสาวเข้ามาใกล้ๆ “ขอนั่งฟังเพลงด้วยกันอีกแป๊บเดียวน่า”

ทันใดนั้น เสียงเพลงในรถก็ถูกตัดไปด้วยเสียงสัญญาณข่าวด่วนจากสถานีวิทยุ

“…ขอแจ้งข่าวด่วน ขณะนี้มีคนไข้ชายอันตรายหลบหนีออกจากโรงพยาบาลจิตเวชในเขตอำเภอเมือง… คนไข้รายนี้มีประวัติก่อความรุนแรง เคยสูญเสียมือขวาจากอุบัติเหตุ และได้ใส่ตะขอเหล็กแหลมคมไว้แทน… ย้ำอีกครั้ง โปรดหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังที่เปลี่ยวในยามวิกาล หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัย กรุณาแจ้ง…”

เสียงของผู้ประกาศข่าวทำให้บรรยากาศโรแมนติกหายวับไปในทันที เหลือแต่ความเงียบที่น่าอึดอัด เอมหน้าซีดเผือด หันไปคว้าแขนนนท์แน่น

“นนท์! ได้ยินมั้ย! โรงพยาบาลนั่นมันอยู่ไม่ไกลจากนี่เลยนะ กลับเถอะ! เอมกลัวแล้ว!”

“ใจเย็นๆ เอม มันคงไม่มาถึงนี่หรอกน่า” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่นนท์เองก็เริ่มใจคอไม่ดี เขาเอื้อมมือไปบิดกุญแจสตาร์ทรถ

แกร๊ก… แกร๊ก…

เครื่องยนต์เงียบสนิท ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ

“ชิบ…แบตหมดเหรอวะ” นนท์สบถออกมาเบาๆ เขาลองบิดกุญแจอีกสองสามครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม บรรยากาศในรถเริ่มตึงเครียดขึ้นทุกวินาที ทั้งสองคนนั่งเงียบ มองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดสนิท มีเพียงเงาของต้นไม้ที่ไหวเอนไปมาเหมือนกวักมือเรียก

ครืดดดด… ครืดดดด…

เสียงบางอย่างดังขึ้นจากทางด้านหลังของรถ เป็นเสียงเหมือนโลหะหนักๆ กำลังขูดไปกับพื้นดิน… มันกำลังใกล้เข้ามา…

ครืด… แกร่ก!

เสียงนั้นหยุดลงที่ท้ายรถพอดี เอมตัวแข็งทื่อ น้ำตาคลอเบ้า เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ นนท์เองก็เหงื่อตก เขากำพวงมาลัยแน่น จ้องเขม็งไปที่กระจกมองหลัง แต่ความมืดทำให้เขาไม่เห็นอะไรเลย

ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง… นานเหมือนชั่วกัลป์ ทันใดนั้น…

ปัง!!!

มีเสียงเหมือนมีคนใช้กำปั้นทุบเข้าที่หลังคารถอย่างจัง!

เอมกรีดร้องออกมาสุดเสียง ส่วนนนท์ก็ตกใจจนสะดุ้งสุดตัว “เอม! อยู่ในรถนะ! ล็อกประตูไว้! ห้ามออกมาเด็ดขาด!”

นนท์ตัดสินใจรวบรวมความกล้าทั้งหมด เขาคิดว่าอาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่หวังจะมาปล้น นนท์ค่อยๆ เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วก้าวออกไปช้าๆ ความมืดและเย็นยะเยือกโอบล้อมรอบตัวเขาทันที

“นั่นใครน่ะ! ออกมานะเว้ย!”

เขาตะโกนเข้าไปในความมืด ไม่มีเสียงตอบกลับมา เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ จึงเดินอ้อมไปดูท้ายรถ… ก็ว่างเปล่า

“สงสัยจะเป็นแค่กิ่งไม้หักลงมาโดนหลังคามั้ง”

นนท์พึมพำกับตัวเองเพื่อปลอบใจ แล้วเดินกลับมาที่ประตูฝั่งคนขับ

“เอม ไม่มีอะไรหรอก สงสัยเราจะคิดมากไปเอง”

เขาพูดพลางเปิดประตูรถ แต่เมื่อเขากำลังจะก้าวขึ้นรถ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาก็ทำให้เขาเห็นอะไรบางอย่าง… บางอย่างที่ห้อยติดอยู่กับที่จับประตูรถฝั่งที่เอมนั่งอยู่… มันคือตะขอเหล็กที่เปื้อนเลือดสดๆ… ปลายแหลมคมของมันเกี่ยวคาอยู่กับร่องของที่จับประตู ราวกับว่าเจ้าของของมันเพิ่งจะกระชากมือออกไปอย่างแรง…ตอนที่เขาขับรถออกมา

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Popular Articles