ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยกย่อง ‘ลิซ่า-เตนล์-ฮันนิ-หลิงหลิง’ เป็นไอคอนเชื่อมสัมพันธ์อาเซียน ท่ามกลางคำถามถึงการปฏิบัติที่เป็นธรรมเบื้องหลังเวที
กัวลาลัมเปอร์ – กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความภาคภูมิใจไปทั่วทั้งภูมิภาค เมื่อประธานาธิบดี อี แจ-มยอง แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ได้กล่าวถึง 4 ศิลปิน K-Pop ที่มีรากฐานจากอาเซียน ได้แก่ ลิซ่า BLACKPINK, เตนล์ NCT/WayV, ฮันนิ NewJeans และ หลิงหลิง KIRAS ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 26 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยยกย่องให้พวกเขาเป็น “สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและพลังสร้างสรรค์” ที่เชื่อมโยงเกาหลีใต้และอาเซียนเข้าด้วยกันอย่างทรงพลัง
คำกล่าวดังกล่าวไม่เพียงเป็นการแสดงความชื่นชม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการทูตที่สำคัญภายใต้กรอบ “ความริเริ่มเกาหลี-อาเซียนเพื่อความเป็นปึกแผ่น” (Korea-ASEAN Solidarity Initiative – KASI) ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งยกระดับความสัมพันธ์กับอาเซียนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในทุกมิติ การใช้ “อำนาจอ่อน” (Soft Power) ผ่านอุตสาหกรรม K-Pop ที่ทรงอิทธิพล จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความผูกพันในระดับประชาชน พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ยังได้ให้คำมั่นว่า “รัฐบาลเกาหลีจะลดเกณฑ์ลงและจัดตั้งกรอบสถาบันเพื่อช่วยให้ชาวอาเซียนจำนวนมากขึ้นบรรลุความฝันและความหวังร่วมกับเกาหลี”
สี่โฉมหน้าแห่งพลังสร้างสรรค์
ศิลปินทั้งสี่คนที่ถูกกล่าวถึงล้วนเป็นตัวแทนที่สำคัญของบุคลากรจากอาเซียนในอุตสาหกรรม K-Pop ในหลากหลายมิติ:
- ลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) จากวง BLACKPINK: ไอคอนระดับโลกชาวไทยที่เป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จสูงสุด
- เตนล์ (ชิตพล ลี้ภัยพรกุล) จากวง NCT/WayV: ศิลปินชาวไทยผู้เปี่ยมประสบการณ์และได้รับการยอมรับในความเป็นเลิศด้านศิลปะ
- ฮันนิ (ฟาม ง็อก เฮิน) จากวง NewJeans: ศิลปินชาวออสเตรเลียเชื้อสายเวียดนาม ผู้นำ K-Pop ยุคที่ 4 และเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานในวงการ
- หลิงหลิง (อลิเซีย หว่อง หลิงหลิง) จากวง KIRAS: รุกกี้ลีดเดอร์ชาวมาเลเซีย ตัวแทนคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองจากตลาดที่กำลังเติบโต
ความย้อนแย้งของคำยกย่อง: แสงไฟที่ส่องไม่ถึงเบื้องหลัง
ทว่า เบื้องหลังคำยกย่องอันสวยงามบนเวทีการทูตระดับโลก คือความเป็นจริงที่สวนทางซึ่งศิลปินเหล่านี้ต้องเผชิญ การปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อศิลปินต่างชาติยังคงเป็นประเด็นที่หยั่งรากลึกในอุตสาหกรรม K-Pop
กรณีของ ลิซ่า เคยเป็นที่ถกเถียงไปทั่วโลก เมื่อ CEO ของแบรนด์ Bvlgari ออกมาเปิดเผยว่าต้นสังกัดอย่าง YG Entertainment ไม่อนุญาตให้เธอเข้าร่วมกิจกรรมแฟชั่นวีคในปี 2021 โดยอ้างเหตุผลเรื่องโควิด-19 ทั้งที่สมาชิกคนอื่นในวงสามารถเข้าร่วมงานของแบรนด์ที่ตนเป็นแอมบาสเดอร์ได้ตามปกติ เหตุการณ์นี้จุดประกายให้เกิดแฮชแท็ก #YGLetLisaDoHerWork เพื่อเรียกร้องให้ค่ายเปิดโอกาสให้ลิซ่าได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ
ด้าน เตนล์ เองก็เผชิญกับการปฏิบัติที่แฟนคลับมองว่าเป็นการละเลยอย่างเป็นระบบมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีชื่อในเครดิตท้ายสารคดี , การขาดคอนเทนต์เดี่ยวเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมวง , การถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวในช่วงล็อกดาวน์ที่เซี่ยงไฮ้ หรือการหายไปจากภาพโปรโมตของวง จนเกิดเป็นกระแสเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านแฮชแท็ก #SMTownTreatTENBetter อยู่บ่อยครั้ง
ขณะที่กรณีของ ฮันนิ และวง NewJeans ได้ยกระดับการต่อสู้ไปอีกขั้น จากความขัดแย้งภายในระหว่างค่าย ADOR และบริษัทแม่ HYBE นำไปสู่การที่ฮันนิได้เข้าให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการแรงงานแห่งรัฐสภาเกาหลีใต้เกี่ยวกับประเด็นการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ซึ่งได้เปิดโปงช่องโหว่ทางกฎหมายที่ว่า “ศิลปินไม่ถือว่าเป็นแรงงาน” ทำให้พวกเขาขาดความคุ้มครองที่ควรจะได้รับ
การที่รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมายกย่องศิลปินเหล่านี้ในฐานะ “สินทรัพย์ทางการทูต” จึงสร้างคำถามที่น่าขบคิดว่า การยอมรับในระดับมหภาคนี้ จะสามารถสร้างแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อศิลปินต่างชาติในระดับจุลภาคได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วจะเป็นเพียงการใช้ Soft Power เพื่อภาพลักษณ์ทางการทูต โดยที่เบื้องหลังเวทีอันสวยงามนั้นยังคงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอคอยความเป็นธรรม
#ONESTOPNews #Kpop #LISA #TEN #Hanni #Lingling #ASEAN #SouthKorea #SoftPower #FairTreatmentForIdols #ข่าวเกาหลี #ไอดอลเกาหลี #ลิซ่า #เตนล์ #NewJeans #NCT #BLACKPINK #KIRAS


