Top 5 This Week

Related Posts

ตำนาน “แจ็คจอมขี้เหนียว” ต้นกำเนิดปีศาจฟักทองแห่งวันฮาโลวีน

ในค่ำคืนที่เงียบสงัดของเทศกาลฮาโลวีน ท่ามกลางแสงเทียนริบหรี่ในตะเกียงฟักทองแกะสลักเป็นใบหน้าปีศาจที่เรียกว่า “แจ็ค-โอ-แลนเทิร์น” (Jack-o’-lantern) นั้น มีตำนานเก่าแก่จากไอร์แลนด์ซ่อนอยู่ เรื่องราวของชายจอมเจ้าเล่ห์นามว่า “แจ็คจอมขี้เหนียว” ผู้ที่แม้แต่ปีศาจยังต้องยอมแพ้ และสวรรค์กับนรกต่างก็ปฏิเสธที่จะรับวิญญาณของเขา

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายชาวนาไอริชผู้มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีนามว่า “แจ็ค” เขาเป็นที่รู้จักกันทั่วในเรื่องของนิสัยตระหนี่ถี่เหนียว เจ้าเล่ห์แสนกล และชอบดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งขณะที่แจ็คนั่งดื่มอยู่ในโรงเตี๊ยมตามเคย เขาก็ได้พบกับซาตานที่จำแลงกายมาเพื่อจะเอาวิญญาณของเขาไปลงนรก

กลลวงครั้งที่หนึ่ง: เหรียญในกระเป๋า

ด้วยความเจ้าเล่ห์ แจ็คไม่ได้ตื่นกลัว แต่กลับออกอุบายท้าทายซาตาน ชวนให้ดื่มเหล้าด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย แต่เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายเงิน แจ็คผู้ขี้เหนียวกลับบอกซาตานว่าตนไม่มีเงิน และโน้มน้าวให้ซาตานแปลงร่างเป็นเหรียญเงินเพื่อจ่ายค่าเหล้า เมื่อซาตานหลงกลและแปลงร่างเป็นเหรียญ แจ็คก็รีบคว้าเหรียญนั้นใส่ลงในกระเป๋าของตนทันที ซึ่งในกระเป๋านั้นมีไม้กางเขนสีเงินอยู่ด้วย อานุภาพของไม้กางเขนทำให้ซาตานไม่สามารถคืนร่างเดิมได้

ซาตานติดอยู่ในกระเป๋าของแจ็คและร้องขอให้ปล่อยตนออกมา แจ็คจึงยื่นข้อเสนอว่า จะปล่อยซาตานให้เป็นอิสระ แต่มีข้อแม้ว่าซาตานจะต้องสัญญาว่าจะไม่มายุ่งวุ่นวายและไม่เอาวิญญาณของเขาไปเป็นเวลา 1 ปี ซาตานไม่มีทางเลือกจึงต้องยอมตกลงตามนั้น

กลลวงครั้งที่สอง: ติดอยู่บนต้นไม้

หนึ่งปีผ่านไป ซาตานกลับมาทวงสัญญาเพื่อจะนำวิญญาณของแจ็คไป แต่แจ็คจอมเจ้าเล่ห์ก็ยังมีแผนในใจอีกครั้ง เขาแกล้งทำเป็นยอมจำนน แต่ขอให้ซาตานช่วยเก็บแอปเปิ้ลบนต้นไม้ให้เขากินเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อซาตานปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แจ็คก็ไม่รอช้า รีบนำมีดมาสลักรูปไม้กางเขนไว้ที่ลำต้นทันที ทำให้ซาตานติดอยู่บนนั้นและไม่สามารถลงมาได้

ซาตานโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แจ็คจึงยื่นข้อเสนออีกครั้งว่า เขาจะลบรูปไม้กางเขนออกให้ แต่ซาตานต้องให้สัญญาว่าจะไม่มาเอาวิญญาณของเขาไปลงนรก “ตลอดกาล” ด้วยความคับแค้นใจ ซาตานจึงจำต้องรับปากอีกครั้ง

วิญญาณเร่ร่อนในความมืด

เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งแจ็คเสียชีวิตลง แต่ด้วยชีวิตที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายและบาปหนา ประตูสวรรค์จึงปิดตายสำหรับเขา วิญญาณของแจ็คจึงเดินทางไปยังปากทางนรกเพื่อหวังจะหาที่พักพิงสุดท้าย แต่เขาก็ได้พบกับซาตานคู่อริเก่า ซาตานรักษาสัญญาที่ให้ไว้และปฏิเสธที่จะให้แจ็คเข้านรกอย่างเด็ดขาด

“เจ้าจะไปที่ไหนก็ไป แต่ไม่ใช่ที่นี่” ซาตานกล่าว พร้อมกับขับไล่แจ็คออกไปสู่ความมืดมิดอันหนาวเหน็บ แจ็คร้องขอแสงสว่างเพื่อนำทางในความมืด ซาตานจึงหยิบถ่านที่ยังคุโชนจากขุมนรกโยนให้ก้อนหนึ่ง

เพื่อไม่ให้ถ่านดับเร็วเกินไป แจ็คจึงหยิบหัวผักกาดเทอร์นิป (Turnip) ซึ่งเป็นของโปรดที่พกติดตัวมา เจาะให้เป็นโพรงแล้วนำก้อนถ่านใส่เข้าไป กลายเป็นตะเกียงส่องทางดวงแรกของเขา

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วิญญาณของแจ็คก็ต้องเร่ร่อนพเนจรไปในความมืดระหว่างโลกมนุษย์กับนรกชั่วนิรันดร์ พร้อมกับตะเกียงหัวผักกาดในมือ ผู้คนจึงขนานนามเขาว่า “แจ็คแห่งตะเกียง” (Jack of the Lantern) หรือที่เรียกสั้นๆ ในเวลาต่อมาว่า “แจ็ค-โอ-แลนเทิร์น”

ชาวไอริชโบราณจึงเกิดความเชื่อว่า ในคืนวันฮาโลวีนซึ่งเป็นวันที่โลกคนเป็นและคนตายใกล้กันที่สุด วิญญาณของแจ็คจอมขี้เหนียวจะปรากฏตัวขึ้น พวกเขาจึงเริ่มแกะสลักหัวผักกาดเทอร์นิปหรือมันฝรั่งเป็นใบหน้าที่น่ากลัว แล้วนำตะเกียงไปใส่ไว้ข้างใน เพื่อวางไว้หน้าบ้านเป็นการขับไล่วิญญาณร้ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิญญาณของแจ็คไม่ให้เข้ามาในบ้าน

เมื่อชาวไอริชอพยพไปยังอเมริกา พวกเขาก็ได้นำตำนานและความเชื่อนี้ไปด้วย และได้พบว่า “ฟักทอง” ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกานั้นมีขนาดใหญ่และแกะสลักได้ง่ายกว่าหัวผักกาดเทอร์นิปมากนัก ประเพณีการแกะสลักตะเกียงฟักทองจึงถือกำเนิดขึ้นและกลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของเทศกาลฮาโลวีนที่เราคุ้นเคยกันดีมาจนถึงทุกวันนี้

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Popular Articles