Top 5 This Week

Related Posts

ช็อก! เปิดวงจรปิดสุดผงะ คดีเฒ่า 70 ดับคาโซฟาหลัง “เซ็กซ์หมู่” พร้อมเสพยา ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ค้นบ้านเจอ “ไอซ์” และ “เข็มฉีดยาปริศนา” นับสิบเข็ม

ลพบุรี—วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างปริศนาของชายสูงวัย 70 ปี ในบ้านพักแห่งหนึ่งที่ ต.โคกลำพาน อ.เมืองลพบุรี หลังการร่วมกิจกรรมทางเพศหมู่ (Group Sex) ที่เชื่อมโยงกับการใช้ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้เร่งดำเนินการสอบสวนและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านพักได้นำไปสู่ข้อค้นพบที่น่าตกใจ และเป็นหลักฐานสำคัญที่หักล้างคำให้การที่วกวนของผู้รอดชีวิตทั้งสองคน    

การค้นพบศพ: มดไต่ตอมทั่วร่างในสภาพเปลือย

เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 22.28 น. ของวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 โดย พ.ต.ท.เอกวิทย์ ทองทุ่ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ได้รับแจ้งเหตุการเสียชีวิตภายในบ้านพักของนายสมบัติ อายุ 52 ปี    

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์จาก รพ.พระนารายณ์มหาราช และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบ และพบร่างของ นายอธิปพัฒน์ อายุ 70 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอนเสียชีวิตในสภาพเปลือยกายอยู่บนโซฟา  การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการถูกทำร้าย แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ มีฝูงมดไต่ตอมทั่วทั้งตัว และมีรอยกัดที่บริเวณคอจนเป็นแผลมีเลือดไหลซิบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตในสภาพแน่นิ่งเป็นระยะเวลานาน การชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นคาดว่า นายอธิปพัฒน์ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง    

ลำดับเหตุการณ์และคำให้การที่ขัดแย้ง

นายสมบัติ (52 ปี) เจ้าของบ้าน และนายสุวิจักขณ์ (38 ปี) ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่า นายอธิปพัฒน์ ซึ่งเป็นคู่ขา ได้เดินทางมาจากอยุธยาเพื่อมาร่วมมีเพศสัมพันธ์และเสพสวาท  หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมรอบแรก ทั้งสามคนได้เสพยาและเผลอหลับไป จากนั้นนายสมบัติและนายสุวิจักขณ์ได้ตื่นขึ้น และพากันเข้าไปทำกิจกรรมทางเพศกันอีกครั้งในห้องน้ำ    

เมื่อผู้รอดชีวิตทั้งสองคนออกมาจากห้องน้ำ พวกเขาได้พยายามปลุก นายอธิปพัฒน์ (70 ปี) เพื่อจะชวนเข้าร่วมกิจกรรมรอบใหม่ แต่เมื่อเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ลุก กลับพบว่าได้สิ้นใจตายไปแล้ว จึงตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด    

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวน สภ.เมืองลพบุรี นำโดย พ.ต.ท.ปพนทัศน์ ศรีสถาพรวงษ์ รอง ผกก.สส. ไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมที่ผู้รอดชีวิตละเลยที่จะตรวจสอบสภาพผู้ตายเป็นเวลานานถึง 3-4 ชั่วโมง เพื่อทำกิจกรรมส่วนตัวต่อ ถือเป็นความผิดปกติอย่างยิ่ง    

หลักฐานกล้องวงจรปิดนำไปสู่การตรวจค้นครั้งใหญ่

กุญแจสำคัญที่เปิดโปงความจริงในคดีนี้คือกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านพัก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดดูภาพบันทึกถึงกับ “ผงะ” เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันอย่างชัดเจนว่ามีการเสพยาเสพติดให้โทษภายในบ้านจริง    

หลักฐานจากกล้องวงจรปิดทำให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจค้นอย่างละเอียด และนำไปสู่การตรวจยึดวัตถุพยานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและสาเหตุการเสียชีวิต:

  1. ยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพ: พบยาไอซ์ (Methamphetamine) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ และถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วตกเกลื่อนห้อง    
  2. เข็มฉีดยาปริศนา: สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตกตะลึงคือ การพบ เข็มฉีดยาจำนวนมาก พร้อมยาไม่ทราบชนิดที่ถูกสงสัยว่าเป็นสารกระตุ้นปลุกเซ็กซ์ หรือเป็นสารเสพติดที่ถูกนำมาใช้ฉีดเข้าเส้นเลือด    

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมด รวมถึงดีเอ็นเอจากถุงยางอนามัย, ยาไอซ์ที่เหลืออยู่, และตัวอย่างของสารต้องสงสัยที่คาดว่าใช้กับเข็มฉีดยาเข้าเส้นเลือด โดยส่งทั้งหมดไปพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชและทางพิษวิทยา เพื่อระบุชนิดของสารที่แน่นอนและหาความเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตของ นายอธิปพัฒน์    

การดำเนินคดีอาญา: จากยาเสพติดสู่การรอผลชันสูตร

การค้นพบยาไอซ์ในที่เกิดเหตุทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 แก่นายสมบัติและนายสุวิจักขณ์ได้ในทันที  การเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีบทกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    

อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้รอดชีวิตเป็นผู้จัดหาหรือยุยงส่งเสริมให้นายอธิปพัฒน์เสพยาเสพติด หรือใช้สารฉีดอันตราย  โทษทางอาญาจะหนักขึ้น โดยฐานความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดให้โทษนั้นมีอัตราโทษจำคุก 1–5 ปี หรือปรับ 20,000–100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือความเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตของ นายอธิปพัฒน์ (70 ปี) หากผลการชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวชยืนยันว่าการเสียชีวิตเกิดจากปฏิกิริยาของยาเสพติด, สารฉีดต้องสงสัย, หรือการใช้ยาเกินขนาด (Drug Poisoning) ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากต่อร่างกายผู้สูงอายุ  เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจพิจารณาแจ้งข้อหาอาญาที่ร้ายแรงกว่า เช่น “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ตามมา โดยจะมุ่งเน้นไปยังผู้ที่จัดหาหรือเป็นผู้ฉีดสารอันตรายนั้นให้แก่ผู้ตาย    

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างเข้มข้น และต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพที่ชัดเจนเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี เพื่อไขปริศนาการเสียชีวิตใน “เซ็กซ์หมู่” ครั้งนี้ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป    

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

Popular Articles